ข่าวกิจกรรมคณะ

พันธกิจของคณะธรรมทูตไทย

😇บทความแบ่งปันเดือนมีนาคม 2026…

พันธกิจของคณะธรรมทูตไทย

สวัสดีครับพี่น้อง วันนี้เราจะมาดูกันว่า คณะธรรมทูตไทยและสมาชิก มาจากไหนและถูกส่งไปไหนกันบ้าง แต่พันธกิจหลักของเราชัดเจนคือ เราถูกส่งไปในงานประกาศพระวรสารกับคนไม่ใช่ชาวคริสต์(Ad Gentes) โดยเฉพาะในเขตที่ยังไม่มีคนรู้จักพระเจ้า(Evangilaztion) แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังเป็นไปได้ ที่บางพื้นที่ต้องการทำงานการประกาศพระวรสารใหม่(Re-evangilaztion) ซึ่งเราก็ตอบรับความต้องการนี้ด้วย ถ้ามิสซัง หรือสังฆมณฑลเรียกร้อง

ปัจจุบันสมาชิกคณะธรรมทูตไทยที่ให้คำมั่นสัญญาตลอดชีพแล้ว มาจากสังฆมณฑลต้นสังกัดที่ไหนบ้าง? มากสุดตอนนี้ จะมาจากอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯครับ 8 ท่าน รองมาคือ อัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ 3 ท่าน, จากสังฆมณฑลจันทบุรี และ สังฆมณฑลเชียงใหม่แห่งละ 2 ท่าน, สังฆมณฑลราชบุรี สังฆมณฑลนครสวรรค์ และสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีฯ แห่งละ 1 ท่าน นอกจากนี้ยังมีสมาชิกที่มีสังกัดจากนอกประเทศเราด้วย คือ จากมิสซังหลวงพระบาง และ มิสซังพนมเปญ แห่งละ 1 ท่าน และถ้ารวมสมาชิกกิตติมศักดิ์ คือ พระคุณเจ้าไตรรงค์ มุลตรี และ คพ.อาดรีดาโน เปโลซิน ไปด้วย รวมทั้งหมด 22 ท่าน

บ้านคณะฯ ตอนนี้ที่มีอยู่แล้ว คือ ติดกับวัดแม่พระแห่งปวงชนนานาชาติ ที่ อ.เชียงของ ส่วนบ้านศูนย์กลางคณะฯ ได้วางศิลาแรกไปแล้ว ที่ลาดกระบัง แต่ยังไม่มีการก่อสร้าง

ส่วนที่ทำงานตอนนี้ เราทำงานใน 4 ประเทศ 6 สังฆมณฑลคือ ที่ประเทศไทย คือ ที่อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ และ สังฆมณฑลเชียงราย, ที่มิสซังพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ที่มิสซังซินจู๋ ประเทสไต้หวัน, และที่มิสซังท่าแขก ประเทศลาว

ความต้องการสมาชิกไปทำงานในปัจจุบัน มีที่ไหนบ้าง? มีที่กรุงเทพฯ ต้องการช่วยเติมเต็มในส่วนของเขตแพร่ธรรมใหม่ ตามสเตชั่นต่างๆที่เป็นชุมชน, ที่ประเทศกัมพูชา มีการขอสมาชิกไปทำงานในเขตมิสซังพระตะบอง ซึ่งมีชายแดนติดไทยยาวตั้งแต่ จ.พระวิหาร ไปถึง จ.ไพลิน และมีการทาบทามมา จากเขตมิสซังกำปงจาม ส่วนที่ประเทศลาวพระคุณเจ้าอดุล ฮงสะพง พระสังฆราชจากมิสซังเวียงจันทร์ได้ถามถึงความเป็นไปได้ ทางประเทศไต้หวัน มีมิสซังใหม่ ที่แสดงเจตจำนงอยากได้ธรรมทูตไทยไปทำงาน คือ ที่สังฆมณฑลไถหนาน ค่อนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะไต้หวัน

จึงเห็นได้ว่า สมาชิกเราธรรมทูตไทย แม้จะมีไม่มาก เป็นคณะเล็กๆ แต่หลายพื้นที่ที่เราทำงานอยู่แล้ว ได้เห็นการเป็นพยานของพวกเรา จนสันตะสำนักได้เลือกสมาชิกท่านหนึ่งคือ พระคุณเจ้าไตรรงค์ มุลตรี เป็นพระสังฆราชคนแรกของคณะฯ

มองไปอนาคตอย่างไร? จำนวนสมาชิกใหม่ในปัจจุบันไม่ได้มาจากพระสงฆ์สังฆมณฑลที่สมัครมาเหมือนเมื่อก่อน แต่เพิ่มเติมขึ้นมาจากสามเณรของคณะเอง สามเณรของคณะฯคนแรกที่บวชคือ คพ.พูลทรัพย์ ลีลานุรักษ์ ปัจจุบันปีการศึกษา 2025-2026 เรามีสามเณร 7 ท่าน แต่ในปีการศึกษาหน้า เราจะมีถึง 11 ท่าน ที่จะมาเพิ่มเติมพันธกิจในอนาคต

ดังนั้น นอกจากเราจะไปเติมในประเทศที่เราทำงานอยู่แล้ว เรากำลังมองถึงพันธกิจในประเทศใหม่ๆด้วยเช่นกัน อย่างประเทศมองโกเลีย ที่ผมเองเคยอยากจะไปตั้งแต่บวชใหม่ๆ แต่ด้วยความจำกัดบางอย่างในเวลานั้น จึงไม่ได้ไป แต่เวลานี้พระคุณเจ้าใหม่ที่นั่นยินดีเปิดรับธรรมทูตไทย ตอนผมไปประชุมสมณองค์กรเพื่อการประกาศข่าวดี(PMS) ที่กรุงโรม ได้พบกับพระคุณเจ้าวาเลนไทน์ จากปาปัวนิวกีนี และถามท่านถึงความเป็นไปได้ที่จะส่งธรรมทูตไปทำงานที่ปาปัวฯ ท่านบอกว่า ไม่ต้องถามที่ไหน มาที่สังฆมณฑลได้เลย คำถามคือว่า เราพร้อมจะออกไปไหม? และอีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีชนเผ่ามากมาย คือ ประเทศพม่า ซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทายต่างๆ มากมาย ชาวบ้านที่อพยพตามชายแดน และแม้แต่ในมิสซังอื่นๆ ที่รอคอยผู้แพร่ธรรม

การทำงานประกาศพระวรสาร ต้องการทั้งคนงานที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะจิตใจที่จะเป็นธรรมทูต เราไม่ต้องรอให้พร้อมร้อยเปอร์เซนต์ แต่อย่างน้อยให้กล้าที่จะถูกส่งออกไป พร้อมเปิดตัวรับใช้

สำหรับสมาชิกที่ทำงานในกัมพูชาตอนนี้ หลายท่านอาจกังวลเกี่ยวกับคนไทยที่อยู่ที่นั่น เพราะกำลังมีสงครามข่าวสารกันทุกวัน จึงขอแจ้งกับพี่น้องว่า จนถึงเวลานี้ไม่มีผลกระทบใดๆด้านศาสนา ยกเว้น ผลกระทบกับการใช้ชีวิตและธุรกิจของคนไทย และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ดังนั้น พวกเราสมาชิกในกัมพูชา ยังคงสานต่อพันธกิจที่นั่นต่อไป

ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมได้ประชุมกับสภาอภิบาลและผู้เกี่ยวข้อง เราตัดสินใจว่าจะจัดการเสกพระวิหารใหม่ น.ยอแซฟ พนมเปญ ในวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2026 นี้ ด้วยความเหมาะสมสองประการคือ ใกล้กับวันฉลองนักยอแซฟกรรมกร(1 พ.ค.) และอยู่ในช่วงเดือนแห่งมรณสักขีของกัมพูชา เนื่องจากวัดแห่งนี้ ได้เป็นวัดแห่งมรณสักขี ผมต้องขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่สนับสนุนการก่อสร้างพระวิหารแห่งนี้ ตั้งแต่เริ่มแรก ขอบพระคุณพระเป็นเจ้าที่ประทานพระพรทุกอย่างที่จำเป็นในการจัดการ วางแผน และมาถึงวันที่ใกล้สำเร็จนี้ ผมไม่รู้ว่าสถานการณ์ระหว่างสองประเทศจะเป็นอย่างไร แต่ด้วยจิตใจที่สูงส่งและความใจกว้างของพี่น้อง ก็ได้มีส่วนช่วยให้โครงการวัดใหม่นี้ได้สำเร็จไป

ผมได้มีโอกาสไปประชุมผู้อำนวยการสมณองค์การเพื่องานแพร่ธรรม เอเชียและโอเชียเนีย ที่มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์(2-5/3/2026) ในฐานะตัวแทนจากประเทศลาวและกัมพูชา ซึ่งการประชุมนี้ เป็นโอกาสแบ่งปันเพื่อกระตุ้นงานส่งเสริมการประกาศพระวรสารของประเทศในเขตเอเชียและโอเชียเนีย พระคาร์ดินัล อัดวิลคูลา (Card.F Advincula) อัครสังฆราชของมะนิลาให้การต้อนรับ และมีผู้บรรยายจากหลายท่าน จากหลากหลายหัวข้อ เช่น PMSในเอเชียและโอเชียเนียในหนทางแห่งการก้าวไปด้วยกัน, สรุปและต่องานชุมนุมพันธกิจแห่งเอเชีย ที่ปีนัง, สภาพการประกาศพระวรสารในปัจจุบัน, การเตรียมกิจกรรมสำหรับการครบรอบ 100 ปีวันอาทิตย์แพร่ธรรมสากล ฯลฯ

คพ.อันโตนีโอ (Fr.Antonio Pernia, SVD) แบ่งปันการส่งเสริมงานธรรมทูตของพระศาสนจักรสากล และพระศาสนจักรท้องถิ่น ต้องก้าวไปด้วยกันในงานประกาศข่าวดี แต่คำพูดหนึ่งที่น่าคิดคือ การประกาศข่าวดี ไม่ใช่เพราะเป็นคำสั่งของพระเยซูเจ้าเท่านั้น แต่เพื่อความรอดพ้นของผู้ประกาศด้วย นั่นหมายความว่า ถ้าเราไม่ประกาศข่าวดี เราก็จะเสี่ยงที่จะไม่ได้รับความรอดพ้นด้วยเช่นกัน(อ้าง 1คร.9:16)…

ขอเชิญชวนพี่น้องให้ประกาศพระวรสารข่าวดีในทุกโอกาส พี่น้องมีส่วนร่วมในกองทุนครอบครับธรรมทูตเพื่อการประกาศพระวรสารที่ตาม QR Codeนี้ และสำหรับชายหนุ่มคนได้ที่พร้อมจะมาร่วมงานกับเราคณะธรรมทูตไทย เราพร้อมเปิดรับ และเชิญเยาวชน ร่วมค่ายซามูแอลครั้งที่ 9 ระหว่าง 25-28 มีนาคม 2026 ที่ศูนย์คาทอลิกเวียงแก่น จ.เชียงราย นี้ด้วยนะครับ

ที่มา: อ่านต้นฉบับบน Facebook