สรุปย่อการก่อตั้งคณะธรรมทูตของสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย

“Thai Missionary Society (TMS)”

(อ้างอิงตามเอกสารบันทึกการประชุมของสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ปี 1981-2002)

1983

พระอัครสังฆราชเรนาโต มาร์ตีโน ได้กล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมสภาพระสังฆราชคาทอลิก แห่งประเทศไทย เรื่องการเป็นธรรมทูต กฎหมายใหม่ของพระศาสนจักรได้เน้นจิตตารมณ์การเป็น ธรรมทูต การที่สภาฯได้พิจารณาเรื่องการเสริมสร้างพระศาสนจักรในประเทศไทยให้พึ่งตนเองได้จึงเป็นการดีแต่จะส าเร็จได้ก็ต่อเมื่อคริสตชนมีจิตตารมณ์ของการเป็นธรรมทูต เรื่องพระสงฆ์-นักบวช ให้พระสงฆ์กับวชมีจิตตารมณ์การเป็รธรรมทูตอย่างลึกซ้ึงขอให้ เน้นชีวิตฝ่ายจติของครอบครัวคาทอลิกและการแพร่ธรรมกับคนต่างศาสนา (วิสามัญ 17-19พ.ค.1983 หน้า 6) เน้นการเป็นธรรมทูตตามแนวคิดของพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 (สามัญ 7-10ก.พ. 1984)

1984-1985

ชมรมนักบวชชาย-หญิง เสนอผลศึกษาพระด ารัสของพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 (อาสนวิหารอัสสัมชัญ 11 พ.ค. 1984) สมาชิกของพระศาสนจักรต้องมีส่วนร่วมในภารกิจแห่งการเป็นธรรมทูต (สามัญ 25-28 ก.พ. 1985 หน้า 4ข้อ 8)

1986

การจัดบุคลากรสำหรับงานสำคัญและเร่งด่วน พระคุณเจ้าเทียนชัย สมานจิต เสนอให้พิจารณา เรื่องบุคลากรสำหรับการประกาศศาสนาท่ามกลางชาวเขาซึ่งน่าจะเป็นงานเร่งด่วน ที่ประชุมรับทราบและขอให้คณะอนุกรรมการจัด Priorities  สำหรับประเทศไทยรับไว้พิจารณาด้วย (สามัญ 18-21 ก.พ. 1986 หน้า8-9 ข้อ 8) ตั้งคณะกรรมการจัดลำดับความสำคัญของโครงการอนาคตของพระศาสนจักรในประเทศไทย(สามัญ 11-14ส.ค. 1986 หน้า 11)

1987

ชมรมนนักบวชชายเสนอให้สภาฯพิจารณาจัดตั้งคณะธรรมทูตในประเทศไทย สภาฯมอบให้คณะกรรมการ onmissions ได้พิจารณา (สามัญ 17-20 ก.พ.1987 หน้า 8 ข้อ 5) พระสมณทูตกล่าวปราศรัยต่อสภาฯ ถึงโครงการตั้งคณะธรรมทูตย่อมแสดงถึงความเป็นหนี่งเดียวกัน ซึ่งเราจะต้องพยายามสร้างขึ้น (สามัญ 17-20 ส.ค. 1987)

1988

พระสมณทูตแจ้งให้ทราบว่า กระทรวงเผยแพร่ความเชื่อ ขอให้ด าเนินการต่อเรื่อง”คณะธรรมทูตในประเทศไทย” คณะกรรมการงานธรรมทูตก าลังพิจารณาร่างระเบียบและข้อก าหนดเกี่ยวกับโครงการจดัต้งัคณะธรรมทูตคาทอลิกไทย(สามัญ 23-26 ก.พ. 1988 หน้า 6 และหน้า 14 ข้อ 5)

1988

โครงการที่ 8 จัดตั้งคณะธรรมทูตคาทอลิกในประเทศไทย

𖦹 เหตุผล– เพื่อเป็นแหล่งทรัพยากรบุคคลในประเทศ – เพื่อส่งเสริมจิตตารมณ์การเป็นธรรมทูตในพระศาสนจักร

𖦹 ผู้รับผิดชอบ คณะกรรมการงานธรรมทูต

𖦹 ข้อเสนอแนะ–ควรกำหนดหลักการหรือจุดประสงค์ที่ชัดเจน -ควรสรรหาบุคคลที่มีพระพรพิเศษ(Charism) มาเป็นผูริเริ่มงานนี้ตามแบบผู้ก่อตั้งคณะธรรมทูต อื่นๆ – ส่งร่างธรรมนูญที่ได้พิจารณาแล้วให้พระสังฆราชทุกองค์ศึกษาก่อนการประชุมวิสามัญ วันที่ 16-18 พ.ย. 1988

𖦹 ผลที่คาดว่าจะได้รับ –คณะธรรมทูตนี้จะมาแทนที่โครงการจับคู่ -งานประกาศพระวรสารและงานอภิบาลในท้องงถิ่นที่ขาดแคลนบุคลากรจะได้รับการตอบสนอง (สามัญ 15-18 ส.ค. 1988 ภาคผนวก หน้า 3-4)

1988-1989

ร่างธรรมนูญคณะธรรมทูตในประเทศไทยเสนอต่อสภาฯ ร่างโดยพระสงฆ์ MEP (คุณพ่อกอสเต)และ PIME (คุณพ่ออาดรีอาโน) (วิสามัญ 16-18ส.ค. 1988) พระสมณทูตได้แจ้งให้ทราบว่าสมณกระทรวงแพร่ธรรมชื่นชมในโครงการคณะธรรมทูตคาทอลิกไทย สภาฯได้พิจารณาร่างธรรมนูญของคณะธรรมทูตคาทอลิกแห่งประเทศไทยและมีมติให้ปรับปรุงใหม่
ก.ไม่จำกัดเฉพาะคนไทยเท่านั้น
ข.ความศรัทธาต่อพระนางพรหมจารีมารีอาควรเป็นจิตตารมณ์ของคณะด้วย
ค.ควรเริ่มจากพระสงฆ์ละสามเณรก่อน นักบวชหญิงและฆราวาสเป็นอาสาสมัคร
ง.ควรพิจารณาเรื่องสถานที่ต้งัคณะ
ที่ประชุมได้มอบหมายให้พระคุณเจ้าบรรจง อารีพรรค ร่วมกับตัวแทนพระสงฆ์คณะ MEP และ PIME พิจารณาปรับปรุงแก้ไขร่างธรรมนูญดังกล่าว ขณะเดียวกันสามารถประกาศรับสมัครพระสงฆ์และสามเณรที่สนใจ เพื่อพวกเขาจะได้มีส่วนร่วมปรับปรุงและรับรู้ธรรมนูญด้วย (สามัญ 20-23 ก.พ. 1989 หน้า 4,6)

1989

คณะธรรมทูตคาทอลิกนั้น จะเริ่มดำเนินงานนี้ในบ้านเณรใหญ่ก่อน โดยคุณพ่อดังโตแนลเป็นผู้ดำเนินการ แต่จะไม่ละเลยคนอื่นหรือกลุ่มอื่น โดยไม่มุ่งเฉพาะเณรที่สมัครเป็นสมาชิกคณะธรรมทูตเท่านั้น แต่มุ่งสร้างสำนึกให้เณรทุกคนตระหนักถึงภารกิจธรรมทูตของตนสภาฯ มีมติให้คุณพ่ออาดรีอาโนเป็นอธิการคณะธรรมทูต ซึ่งก าลังศึกษาแนวทางในการฝึกอบรมธรรมทูต จะอบรมที่วัดแม่พระมหาการุณย์ มีเณรสมัครและได้รับการอนุญาตจากพระสังฆราชของตน (สามัญ 14-17 ส.ค. 1989 หน้า 11 ข้อ 8.1)

1993

พระสมณทูตอัลแบร์โต ตรีการิโก้ได้ปราศรัยในสภาฯ เน้นถึงความส าคัญของจิตตารมณ์ ธรรมทูตของพระ ศาสนจักร แจงให้ทราบว่าทางสมณกระทรวงประกาศพระวรสาร พอใจที่เห็นความก้าวหน้าของงานในดำเนินการจัดตั้งคณะมิสชันนารีของประเทศไทยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่มีการดำเนินงานในบ้านเณรใหญ่ของประเทศไทยและมีสนามทำงานกับพวกชาวเขา มีข้อตกลงระหว่างคณะธรรมทูตกับสังฆมณฑลที่ส่งธรรมทูตไปทำงาน (สามัญ 14-17ส.ค. 1990 หน้า 29) ทุกกิจการที่ทา ต้องขึ้นกับพระสังฆราชท้องถิ่นนั้นๆ พยายามทา เหมือนกับมิสชันนารีในยุคแรกๆทุกประการ.(สามัญ 15-17/03/93 หน้า16)

1993

คณะธรรมทูตเป็นงานของสภาพระสังฆราชต้งัแต่แรกเริ่มแต่เนื่องจาก “ร่าง” ธรรมนูญของคณะยังไม่ได้รับรองจึงท าให้ต้องด าเนินกันต่อๆมาแบบไม่มีธรรมนูญเป็นเกณฑ์ จึงมีปัญหาพอสมควร (สามัญ 15-17 มี.ค. 1993)

1994

มติที่ สสท.19/1994, 10/10
-รับหลักการให้คณะธรรมทูตคาทอลิกแห่งประเทศไทยมีสภาพเป็นคณะ (Society) มิใช่กลุ่มส่งเสริมจิตตารมณ์ธรรมทูต (สามัญ 21-23/03/94 หน้า 22-23)

1994

1994 มติที่ สสท.27/1994, 10/10
– รับรองธรรมนูญของคณะธรรมทูตคาทอลิกแห่งประเทศไทยและให้ทดลองปฏิบตัิชวั่ คราวเป็น

1994

1994 มติที่ สสท.27/1994, 10/10
– รับรองธรรมนูญของคณะธรรมทูตคาทอลิกแห่งประเทศไทยและให้ทดลองปฏิบตัิชวั่ คราวเป็น

เวลา สามปี โดยแก้ไขเรียบเรียงใช้ภาษาใหม่แล้วส่ง Bureau ก่อนสิ้นปีนี้ (1994) (สามัญ19-22/09/94 หน้า 12)

1998

สภาฯเห็นชอบให้มีสมาชิกถาวรของคณะธรรมทูตฯได้ (สามัญ 23-25 มี.ค. 1998หน้า 7,17)

1996-2001

พระดำรัสสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 “ข้าพจ้ารู้สึกขอบคุณพระคุณเจ้า สำหรับบรรดาพระสงฆ์ของคณะธรรมทูตไทย ซึ่งเป็นผลสุกงอมที่พระศาสนจักรได้เพาะปลูกไว้ สมาชิกของคณะฯจึงได้ออกไปป่ าวประกาศข่าวดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ข้าพเจ้าขอฝากการสนับสนุนผ่าน พระคุณเจ้าไปยังบรรดานักบวชชาย-หญิงผู้ซึ่ง “มีส่วนในพันธกิจของพระคริสตเจ้าตามที่ได้ถวายตัวแล้วกับพระเจ้า” (Vita Consecrata, n.77) ให้มีความมานะพยายามอีกครั้งที่จะช่วยให้พระอาณาจักรของพระเจ้าเจริญเติบโตขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ความกระตือรือร้นในความพยายามประกาศพระวรสารนี้ ต้องถ่ายทอดให้เยาวชนในบ้านเณรและอาราม สนับสนุนให้พวกเขามีการอุทิศตนเองด้วยใจกว้างและกล้าหาญในการเผยแผ่ข่าวดี” (พระด ารัสฯถึงสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยในโอกาส Visit adliminaค.ศ.1996) “ปัจจุบัน ความพยายามในการประกาศพระวรสารที่เคยเป็ นของมิสชันนารีนั้น จะต้องได้รับการปฏิบัติโดยชนชาวเอเชียเป็นอันดับแรก งานเร่งด่วนในการประกาศพระวรสารในประเทศของพวกท่านขึ้นอยู่กับการดำเนินชีวิตที่เป็นประจักษ์พยาน การอุทิศตนเองที่ร้อนรน และการแสดงออกซึ่งมวลพลังของชาวคาทอลิกไทยทุกคน เช่นเดียวกัน คณะธรรมทูตไทย ซึ่งก่อตั้งไม่กี่ปี มานี้ เป็นผลที่แสดงความเจริญก้าวหน้าแห่งพระศาสนจักรท้องถิ่นของท่าน ควรที่จะได้รับการสนับสนุนอย่างใกล้ชิด เหตุว่าโดยการให้ผู้อื่น จะทำให้ท่านได้รับทุกสิ่งที่ท่านต้องการจากองค์พระคริสตเจ้า” (พระดำรัสฯถึงสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยในโอกาส Visit ad limina ค.ศ.2001)

ศึกษาและเรียบเรียงโดย คุณพ่อเปโตรรังสรรค์ ภานุรักษ์ TMS (25-09-09)