ข่าวกิจกรรมคณะ

ขอจัดตั้งวัดคาทอลิกเพิ่มอีก 34 วัด

        เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคำขอจัดตั้งวัดคาทอลิก ครั้งที่ 3/2565 โดยมี นายชัยพล สุขเอี่ยม ผู้ตรวจราชการ กระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทน กระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทน สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้แทนสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผู้แทนกรมที่ดิน ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และนายสำรวย นักการเรียน รองอธิบดีกรมการศาสนา ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมการศาสนา ในฐานะกรรมการและเลขานุการ โดยมีผู้แทนสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการประชุม ณ ศูนย์ประชุมกระทรวงวัฒนธรรม ชั้น 8 กระทรวงวัฒนธรรม และผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom) เพื่อพิจารณาแบบคำขอให้รับรองวัดคาทอลิก (แบบ คท. 2) ตามที่มิซซังได้ยื่นต่อกรมการศาสนา ในฐานะสำนักงาน เลขานุการคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาดำเนินการรับรองการจัดตั้งวัดคาทอลิก
นายอิทธิพล คุณปลื้ม กล่าวว่า ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ด้วยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก พ.ศ. 2564 กำหนดในข้อ 16 ว่า ภายในระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่ ระเบียบใช้บังคับ เมื่อปรากฏว่ามีวัดคาทอลิกอยู่ในวันก่อน วันที่ระเบียบบังคับใช้ และมิซซัง โดยความเห็นชอบของสภาประมุข บาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ยื่นคำขอให้รับรอง วัดคาทอลิกต่อกรมการศาสนาเพื่อให้คกก.จัดตั้งวัดคาทอลิกได้พิจารณา ประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับที่ตั้งวัด ที่ดินที่มีหนังสืออนุญาต ให้ใช้ที่ดินในการสร้างวัด ใบอนุญาตหรือใบรับรองการก่อสร้าง อาคาร รายชื่อบาทหลวงซึ่งจะไปประกอบศาสนกิจประจำ ณ วัดคาทอลิกนั้น และข้อมูลอื่นที่จำเป็นเกี่ยวกับการรับรอง วัดคาทอลิก อาทิ การมีคุณค่าและประโยชน์ต่อประชาชน และชุมชนด้านศาสนาและสังคม การได้รับการอุปถัมภ์และ ทำนุบำรุง จากมิซซังที่เป็นเขตการปกครองของศาสนา คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก สัตบุรษหรือศริสต์ศาสนิกชน และภาครัฐ ตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคำขอจัดตั้งวัดคาทอลิก ประกอบการพิจารณาคำขอให้รับรองวัดคาทอลิก และให้ คณะกรรมการเสนอคำขอดังกล่าวพร้อมความเห็นประกอบไปยังรัฐมนตรีเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณารับรองวัดคาทอลิกต่อไป ทั้งนี้ มติที่ประชุมเห็นชอบให้เสนอความเห็นของคณะกรรมการต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อรับรองวัดคาทอลิก จำนวน 34 วัด โดยมอบกรม การศาสนาในฐานะฝ่ายเลขานุการดำเนินการตามกระบวนการต่อไป
รายชื่อ 34 วัดคาทอลิก ที่รอประกาศมติคณะรัฐมนตรีรับรองและประกาศลงในหนังสือราชกิจจานุเบกษาในขั้นต่อไป (ใต้ภาพ)
          สวัสดีครับพี่น้อง ความเป็นจริงอย่างหนึ่งของชีวิตเราคือ เรามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในอายุวัย สภาพแวดล้อม หน้าที่การงาน ฯลฯ พระศาสนจักรเราในโลกนี้ ก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นความจริงนี้ แต่เราสามารถเรียนรู้ที่จะอยู่กับการ เปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดการปรับปรุงพัฒนา ให้เติบโตขึ้นไปเรื่อย โดยมีเป้าหมาย คือ เพื่อให้อาณาจักรของพระเจ้าได้มาถึงโลกนี้ ผ่านทางพระศาสนจักรของพระองค์
ช่วงนี้ในพระศาสนจักรกัมพูชา กำลังมีการเปลี่ยนแปลงผู้อภิบาลในหลายๆ ระดับ ที่มิสซังพระตะบอง มีแต่งตั้งเจ้าอาวาสใหม่บางแห่ง อย่างที่วัดปอยเปต ใกล้ชายแดนไทยเรา มีคพ.ปานุส (sj) ชาวอินโดนีเซีย เป็นเจ้าอาวาส ตามธรรมเนียมปฏิบัติ อย่างบ้านเรา มักจะประกาศโยกย้ายหลังปัสกา เพราะช่วง เสกน้ำมัน เราได้ระลึกถึงศีลบวช ซึ่งเป็นโอกาสนได้รำลึกถึงพันธกิจ การรับใช้ ความนบนอบ จะได้เป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ต้องโยกย้าย
แต่ที่กัมพูชา เรามีความจำกัดหลายๆด้าน เพราะการเสกน้ำมัน เราไม่ได้ทำตามมิสซัง แต่ทั้งประเทศ เราทำรวมกัน การจัดการจึงต้องทำหลังจากกลับไปที่มิสซัง และปัจจัยที่สำคัญมากที่สุดคือ มีบุคคลกรเพียงพอ ที่จะให้มีการปรับเปลี่ยนหรือไม่? ดังนั้น การโยกย้ายรอบนี้ โดยเฉพาะในมิสซังพนมเปญ จึงกำหนดเป็นช่วงกลางปี เพราะความจำกัดด้านบุคลากร และช่วงเวลาก่อนปิดเทอมกัน
           อย่างที่เราทราบแล้วว่า ในดินแดนมิสซังคุณพ่อบาทหลวง ที่ทำงานเรามีน้อย แถมไม่ค่อยอยู่มั่นคงด้วย เพราะเหตุว่า เมื่อคณะแม่ของตัวเองต้องการบุคลากร ก็จะต้องโยกย้ายกลับไปตามมติของคณะธรรมทูต ต้นสังกัดที่ส่งมา เรื่องนี้บิชอปท้องถิ่น ก็รับรู้และมักจะมีความยากลำบากพอสมควร ที่จะหาผู้ที่เหมาะสม สำหรับ ดูแลเขตวัดต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เป็นธรรมทูตจากประเทศต่างๆ เพราะพระสงฆ์ท้องถิ่น มีประมาณ 10% ของผู้อภิบาลในแต่ละมิสซังเท่านั้น
            อย่างมิสซังที่ผมทำงานอยู่คือที่พนมเปญ มีเขตวัดใหญ่ๆ อยู่ 9 เขต ใน 8 จังหวัด แต่ละเขตจะมีพระสงฆ์ประจำตั้งแต่ องค์เดียว ถึง สามองค์ แล้วแต่ความเล็กใหญ่ของพื้นที่ ส่วนเรื่องการโยกย้าย ปกติเราจะมีวาระคุณพ่อเจ้าอาวาสวาระละ 6 ปี อาจจะต่อได้เมื่อเห็นว่ามีความจำเป็น ส่วนคุณพ่อปลัด อาจจะย้ายได้ ตลอดเวลาตามความเหมาะสม ดังนั้นเมื่อพิจารณาพระสงฆ์ส่วนหนึ่ง อยู่ครบ 10 ปีแล้ว ก็จะพิจารณาให้มีการโยกย้าย เพื่อความเจริญก้าวหน้า นอกจากนี้ เพื่อไม่ให้เกิดการยึดติดและเพื่อคำมั่นสัญญาความนบนอบ เราจึงมีการโยกย้ายค่อนข้างมากในฤดูกาลนี้ กล่าวคือ มีการย้ายทั้งวัด จำนวน 3 เขตวัดคือ จ.กำโปต(เจ้าอาวาสใหม่ คพ.โจวันนี_PIME, ปลัดคือ คพ. พร้อมพงษ์ ศรีหารัตน์_TMS) จ.สีหนุวิลล์ (เจ้าอาวาสใหม่ คพ.จอห์นลูกา_PIME ปลัดคือ คพ.วิล_MEP) และเขตตาเขมา(คพ.อุนซน_สงฆ์กัมพูชา) ในจ.กอนดาล และอีก 4 เขตวัดย้ายคุณพ่อบางส่วน ได้แก่ เขตพนมเปญทางเหนือ(ย้ายปลัดใหม่เป็น คพ.ออกัสติน วอน_KMS), เขต จ.ตาแก้ว(ย้ายปลัดขึ้นเป็นเจ้าอาวาส คพ.ชาร์ล_Yeromal missionary และปลัดใหม่ คพ.จอห์น_Little way missionary) เขตแม่น้ำบาสัค(ย้ายพ่อเจ้าอาวาสใหม่ เป็น คพ.สุข ณา_สงฆ์กัมพูชา), เขตพนมเปญทไม(ย้ายเข้าคุณพ่อปลัดใหม่ คพ.ชาร์ล_PIME) และในระหว่างเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา กำลังเตรียมโยกย้ายกัน ก็มีประกาศฟ้าผ่าผ่านสายฝน โดยดึงพระสงฆ์อีกสองท่าน ซึ่งต้องออกจากเขตมิสซังพนมเปญไปรับใช้ที่อื่น คือ สมเด็จพระสันตะปาปา ทรงแต่งตั้ง คพ.เปโตร ซวน ฮองลี พระสงฆ์กัมพูชา เจ้าอาวาสเขตพนมเปญทไม และเป็นอุปสังฆราช ขึ้นไปเป็นพระคุณเจ้า ผู้ดูแลเขตมิสซังกำปงจาม (Apostolic Prefect) และ คพ. ดาเมียง ฟาเนอร์_MEP ย้ายกลับไปเป็นที่ปรึกษาของคณะ มิสซังต่างประเทศกรุงปารีส
               ดังนั้น มิสซังพนมเปญจึงขาดพระสงฆ์อย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ เวลานี้พระสงฆ์อาวุโสแทบจะไม่มีเหลืออยู่แล้ว ในขณะที่เขตวัดก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และ ถึงแม้เราจะมีสังฆานุกร 3 ท่านในปีนี้ แต่พวกเขาก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าจะมีประสบการณ์ และคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับเจ้าอาวาสได้ ตอนนี้เรากำลังพิจารณาดูว่า ใครจะเป็นเจ้าอาวาสเขตวัดพนมเปญทไม(วัดน.เปโตรและเปาโล เขตวัดว่าที่อาสนวิหาร), ผู้แทนงานทั่วไปของบิชอป(อุปสังฆราช), อธิการบ้านเณรใหญ่ และ หัวหน้าฝ่ายงานคำสอน ที่คุณพ่อลีรับผิดชอบอยู่ นอกจากนี้ ก็ยังต้องหา เจ้าอาวาสวัดพนมเปญทางใต้(วัดพระกุมารเยซู) และฝ่ายงานพิธีกรรม ในส่วนของพ่อดาเมียง ในอีกสองสามเดือนข้างหน้านี้ด้วย
               ในส่วนของคณะธรรมทูตไทย เราได้พยายามเสริมกำลังในกัมพูชา แต่ต้องพับโครงการส่งสมาชิกเพิ่ม เมื่อตอนสังฆานุกรชัย ได้จากไปอย่างกะทันหัน ในช่วงนั้น คณะฯเองก็ดึง คพ.ไตรรงค์ มุลตรี และ คพ.หัตถชัย วงศ์มาแสน กลับมาจากกัมพูชา เพื่อมาช่วยงานของคณะฯที่เมืองไทยเช่นกัน แต่เราก็หวังว่า จะมี สมาชิกมาเพิ่มเติมกำลังในเร็วๆนี้ ขอพี่น้องภาวนาอ้อนวอนเจ้าของนา ให้ส่งคนงานมาในทุ่งนาของพระองค์ด้วย(เทียบ ลก 10:2)
สำหรับงานก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้า ที่วัดน.ยอแซฟ พซาโตจ ในกรุงพนมเปญ ก็เสร็จเทปูนชั้นลอยแล้ว ตอนนี้กำลังต่อเสา ขึ้นไปเป็นชั้นหลังคาวัด ช่วงนี้งานเริ่มจะเร็วขึ้น เพราะมีเครนยกของติดตั้งเสร็จแล้ว แต่เราก็ยังมีงานท้าทายอีกหลายเรื่อง เช่น ไฟฟ้าไม่พอใช้ในไซด์งาน, ฝนตกเกือบทุกวัน และการควบคุมงบประมาณ เพราะ นอกจากเราจะมีงบฯจำกัดแล้ว เรายังต้องเพิ่มเติมอีกหลายส่วน เช่น ระบบระบายอากาศ, ระบบไฟและน้ำ, ระบบเครื่องเสียง และการตบแต่ง ฯลฯ ผมยังรอพระพรจากพระเจ้าผ่านทางพี่น้องอยู่เสมอนะครับ… ติดต่อ Email: dentms@gmail.com ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb bank) ชื่อบัญชี ชัชชัย รวมอร่าม เลขบัญชี 213-2-38029-2 ขอพระเป็นเจ้าอวยพรพี่น้องเสมอ


Avatar

sunday

About Author